หัวข้อกระทู้: อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม ราชบุรี
ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัยค่ะ อุทยานหุ่นขี้ผึ้ง** อะอะ ไม่ใช่ที่นครไชยศรีนะคะ แต่เดี๋ยวนี้เค้ามีที่ใหม่แล้ว (จริงๆก็นานแล้วแหละ) ก้คือที่ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม จ.ราชบุรีค่ะ สถานที่กว้างขวาง (ประมาณ 42ไร่) เอาเป็นว่าเดินชั่วโมงเดียวไม่พอแน่ ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าข้างในมีอะไรบ้าง...
อาคารเชิดชูเกียรติ เป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างของอาคารจัดแสดงเรื่องราวรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส ของบุคคล สำคัญทั้งในประเทศไทย และในภูมิภาค โดยบุคคลสำคัญที่ถูกเลือกมานำเสนอนั้น ล้วนเป็นผู้ ที่มีเกียรติ ประวัติ และคุณความดี ในการสร้างสรรค์ ผลงานอันเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม จนได้รับการยกย่องนับถือ ให้เป็น แบบอย่างที่ดีทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาทิ ม.ล. ปิ่น มาลากุล นักการศึกษาคนสำคัญของไทย ผู้ริเริ่ม การจัดตั้งสถาบันการศึกษาระดับวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยในส่วน ภูมิภาค แหม..วิชาการ ยั่งรูปนี้ค่ะ คุณสืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ธรรมชาติซึ่ง ยอมสละชีพเพื่อรักษาผืนป่าอันเป็นที่รัก เป็นที่รู้จักของส่วนใหญ่มากที่สุด
รูปนี้ทำให้เราอยู่ในประเทศจีน... การจัดฉากในสถานที่แต่ละส่วนไม่ว่าจะแสง สี ทำให้เรารู้สึกถึงคนๆนั้นมากๆ รู้นี้ เราตั้งชื่อว่า ตั๊ด สู้ ฟุด ค่ะ
แต่ละท่านก็จะมีประวัติ และคำบรรยาย ให้เรารู้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับท่านมากขึ้นด้วยค่ะ รูปปั้นนี้คือ .... ฯพณฯ ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ นักกฎหมาย ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งสูงสุด ทั้งทางฝ่าย ตุลาการ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ นางแบบ(ซึ่งเป็นลูกค้าเราเอง) ก็สนุกกับการโพสท่า ชนิดที่ว่า ยุก็ทำ ฉันพร้อม!!
ตั๊ดสู้ฟุด!เรา ก็ได้อยู่กับข้างๆกับ เหมา เจ๋อ ตุง และ เติ้ง เสี่ยว ผิง นักปฏิวัติผู้นำประเทศจีน เข้าสู่ยุค เปิดประเทศ และก้าว ขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจของโลก โห!! พี่เป็นใครเนี่ย ได้สัมผัสท่านอย่างใกล้ชิด ต่อมา สาวๆเราไม่น้อยหน้า ได้ใกล้ชิดกับ ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วีรบุรุษผู้กอบกู้เอกราชของ เวียดนาม (ถึงขนาดไปแอบดูท่านเขียนจดหมายเลยหรอเนี่ย!!)
เราพบ แม่ชีเทเรซ่า กันบ้างดีกว่า แม่พระของชาวโลก ผู้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ป่วย และผู้ยากไร้โดย ไม่คำนึงถึง เชื้อชาติและศาสนา (สวัสดีค่ะ แม่ชี..)
ระหว่างเดินจากห้องโน้นไปห้องนี้ เราก็เจอคุณลุงที่มาอ่านหนังสือตามที่นั่งด้วย แวะทักทายซักหน่อย
เดินต่อมายัง ถ้ำชาดก เรื่องพระเวสสันดร ตอนชูชกสองกุมาร ภายในถ้ำเป็นการแสดงหุ่น ที่เล่าเรื่องราวของ พระเวสสันดร ที่ได้บำเพ็ญเพียรทานบารมี เป็นเรื่องที่มี คติธรรม ที่สอนในเรื่อง ของการให้ ระหว่างพระเวสสันดร ผู้เสียสละโดยเป็นผู้ให้ และชูชกเป็นฝ่ายรับ และไม่รู้จักคำว่าพอ ชูชก มีอาชีพ ขอทานจนร่ำรวย แต่ก็ยังคงออกขอทานต่อไป เพราะไม่รู้จักพอ จึงนำเงินไปฝากไว้ ที่เพื่อน เพราะกลัวเงิน จะสูญ หาย ชูชกออกขอทาน เป็นเวลานานจนเพื่อนคิดว่า เสียชีวิตแล้วจึงนำเงินไปใช้จนหมด จึงต้องยก อมิตดา ให้เป็นภรรยาชูชก เป็นการใช้หนี้ อมิตดาปรนนิบัติชูชกเป็นอย่างดี จนทำให้ชูชกลุ่มหลงและสงสาร จึงเดินทางไป ขอกัณหา และชาลี เพื่อมาเป็น คนรับใช้ และพระเวสสันดรก็ยกบุตรทั้งสองให้ ตามคำขอของชูชก จากสิ่งที่ชูกชก กระทำขั้นต้น อันเนื่องมา จากความ ลุ่มหลง ความเจ้าเล่ห์และความโลภ ในที่สุดชูชกก็ต้องชดใช้ ผลแห่งการกระทำนั้น ด้วยชีวิต คือ...ว่า..ความจริงก็คือ อ้อมเดินมาไม่ถึงหรอก ส่วนลูกค้าคนอื่นก็เดินเข้าไปหมด อ้อมเดินมาทีหลังก็ไม่กล้าเดินเข้าไป ฮือออ... ก็กลัวนี่ ทางเดินเหมือนเดินเข้าถ้ำเลย มันก็มีไฟอะแหละ แต่ก็หวั่นๆ จริงแล้วฟังจากที่อ้อมเล่าก็เหมือนจะน่ากลัว มันเป็นแค่อ้อมแหละ ฮือออออ... ไม่อยากเดินคนเดียว
นี่ ต้องที่นี่เจ๋งมากกกกก... อ้อมนึกว่ามาอยุธยา เหมือนจริงๆ ที่นี่เค้าเรียกว่า ลานพระสามสมัยค่ะ ก็คือ สมัยอยุธยา สมัยสุโขทัย แล้วก็สมัยเชียงแสน ที่แสดงความต่างของรูปแบบการสร้าง ซึ่งจะสามารถบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของสมัยนั้นๆได้เป็นอย่างดี อะอะอธิบายอย่างนี้ก็นึกไม่ออก อาทิเช่น พระพุทธรูปที่พระพักตร์สวยงามสง่า พระองค์อวบ ก็แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของข้าวปลาอาหาร และความสงบสุขปลอดพ้นสงครามไงเล่า!!
อันนี้เจ๋งกว่า... เหมือนมั๊ก มาก.... คือ บ้านไทยสี่ภาค เป็นการ จำลองบ้านไทยตามลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่เด่นชัดจาก ๔ ภาคในประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอิสาน และภาคใต้ ภายในบ้านแต่ละหลังจำลองวิถีชีวิตความเป็น อยู่ของคนไทยในแต่ละภาค ที่สอดคล้อง กับสภาพสังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม (คิดได้ไง สาวชาวไทยภาคกลางมานั่งหวีผม หน้ากระจก ดีนะว่าตอนที่ไป แดดร้อน ถ้าเย็นละก็ อ้อมขอบาย...) ที่อุทยานฯเค้าต้องการสื่อให้เรารู้จักประเพณีปฏิบัติ และการดำเนินชีวิตภาคต่างๆอย่างเข้าใจและลึกซึ้ง ขอเม้าท์เหอะ... ที่บ้านภาคกลาง เค้าต้องการจะสื่อว่า คนสมัยก่อนมักหวงสูตรการทำขนม และจะปิดบ้านไม่ให้ใครรู้ ก็จะมีห้องนึงที่แง้มประตูไว้ *ไอเรา*ก็ไปส่องแง้มประตูดู (แทบกรี๊ด!!) เป็น ยาย+หลาน สองคนช่วยกันทำขนม ท่ากลางแสงเทียน สลัวๆ (นี่ยังซ่อนเรื่องราวไว้ในห้องนี้อีกหรอเนี่ย!!) นู๋ตกกะใจ!!
ลานพระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร สำหรับองค์ที่จำลองขึ้นมานี้ เป็นเพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือ กวนซิอิมผ่อสัก เป็นศิลปะแบบกลาง ปลายสมัยราชวงศ์ซ้อง ของจีน เป็นพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่านั่งมหาราชลีลา ลักษณะเป็นบุรุษเพศ ตามประวัติเดิม พระโพธิสัตว์ ล้วนมีรูปปั้นเป็นบุรุษเพศ มีต้นเกำเนิดมา จากประเทศอินเดีย และทรงเครื่องแต่งกายสง่างาม อย่างกษัตริย์ เมื่อมีการอันเชิญพระไตรปิฎกจากอินเดีย มาสู่จีน ทำให้พระโพธิสัตว์ ของจีน สมัยแรกๆ ก็มีภาพวาด และรูปปั้นเป็น ลักษาณะบุรุษ เช่นเดียวกับอินเดีย หยุดก่อน!! อ่านเพลินเลยนะคะ ในส่วนของลานนี้ เป็นสถานที่พักผ่อนได้ด้วยค่ะ นักพักเหนื่อกันก่อน รูปปั้นนี้ไม่ใช่เล็กๆนะคะ ใหญ่ทีเดียว ดูน่าเกรงขาม และด้วยศิลปะที่งดงามดูอ่อนช้อยทำให้ดูสง่าทีเดียว
ที่สุดท้าย... กุฏิพระสงฆ์ รูปนี้คุ้นมั้ยค่ะ ติ๊ก...ตอก ติ๊กตอก... ติ๊กตอก คำตอบคือ.... ครูบาศรีวิชัย ที่เราเจอที่เชียงใหม่ไง ตรงทางขึ้นดอยสุเทพอะค่ะ จำได้แล้วใช่ม้า.... นี่คือตัวอย่างของ**พระอริยสงฆ์**ที่รวบรวมไว้ทั้ง 4ภาคของไทย อาทิเช่น ภาคกลาง**สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ **สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อยู่ ญาโณทัย) วัดสระเกศ กรุงเทพฯ ภาคเหนือ**ครูบาศรีวิชัย สิริวิชโย วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน **หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสาน**หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ **หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญบรรพต อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ภาคใต้ **พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ (หลวงปู่ทวด) วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี **พระครูวิสัยโสภณ (พระอาจารย์ทิม ธัมมธโร) วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี โอ้ โห!! มีแต่พระเกจิที่เป็นที่รู้จักทั้งน้านเลย.. ท่ามกลางความขลัง สงบเงียบของบรรยากาศภายใน ชวนให้ใจสงบยิ่งนัก...
อ้อมก็ได้พาชมในส่วนต่างๆของ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม ราชบุรี เป็นที่หอมปากหอมคอกันบ้างแล้วนะคะ ใครอยากไปเที่ยวก็เชิญได้เลย ถึงแม้ว่าที่จะเป็นของเอกชน และเก็บค่าธรรมเนียมค่าเข้า แต่ก็ถือว่าเป็นค่าธรรมเนียมที่คุ้มค่ามากค่ะ ผู้ใหญ่ 50 บาท และเด็ก30บาท (ของเด็กถ้าจำไม่ผิดนะคะ) เพราะเราสามารถใช้เวลาเดินเล่นเต็มอิ่มได้ทั้งวัน พร้อมทั้งมี ร้านอาหารบริการด้วย ห้องน้ำสะอาด มีจุดขายของที่ระลึก ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่นึงค่ะที่สมบูรณ์มาก อ้อมเลยอยากให้ไปเที่ยวกัน... รายละเอียดของอุทยานฯ ดังนี้ค่ะ เวลาจำหน่ายบัตร วันจันทร์-วันศุกร์ : ๐๙.๐๐-๑๖.๓๐ น. วันเสาร์,วันอาทิตย์ : ๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. วันหยุดนัตขฤกษ์ : ๐๘.๓๐-๑๗.๐๐ น. ที่อยู่ 41/1 ม.3 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี 70160 โทรศัพท์ 032381401, 032381404 โทรสาร 032381403 Website: www.scppark.com มิควรพลาดเลยจริงๆๆ
ใครไปไม่ถูกบ้าง เอาแผนที่ไปเลย ในเรื่องของป้ายบอกทาง บ้างก็เห็น บ้างก็หาย ต้องช่วยกันลุ้นดีดี สำหรับคนที่ยังไม่เคยผ่านไปนะคะ แต่ไม่ได้เข้าซอย ยากๆหรอกค่ะ เห็นๆเลยอยู่ริมถนนนั่นแหละ.. หากใครสนใจ มีข้อซักถาม ก็โทรไปตามเบอร์ที่อ้อมแนบให้ได้เลย (ปัดความรับผิดชอบซะงั้น) หรือโทรมาหาอ้อมก็ได้ เดี๋ยวอ้อมพาไป (ได้โปรด...ว่า 8คนขึ้นไปนะคะ) จะได้พาไปนู่น พาไปนี่ได้ด้วย เส้นทางที่จะไปราชบุรี ก็เป็นเส้นที่อ้อมจะพาลงใต้นั่นแหละ ที่อ้อมพาแวะเป็นประจำ ก็อาหารที่นู่นก็อร่อย สถานที่ท่องเที่ยวก็ดี ใครล่ะจะไม่อยากไป ถึงแม้ว่า อ้อมจะเคยไปแล้ว แล้วก็รู้สึกหวั่นๆกับหุ่น แต่ยังไง้ ยังไง อ้อมและทีมงานสยามบุรีฯทุกคนก็อยากไปอีกนะคะ แล้วเจอกันนะคะ สยามบุรี ทราเวลทัวร์ 0 2873 6002 (auto) บ้ายกะบาย...
รวมทุกอย่างแล้วค่ะ เดินทางด้วยรถตู้ Toyota Commuter ตัวใหม่ ค่าอาหาร+ประกันการเดินทางเพียบพร้อม จริงๆแล้วเรามีร้านอาหารอร่อยๆแนะนำเยอะแยะเลยค่ะ ไปกับอ้อมไม่ต้องห่วง ค่ำไหนนอนนั่น ไปไหนไปกันอยู่แล้น!!! คุณนู๋ดีพร้อมเมื่อไหร่ แจ้งได้เล้ย!!!